Connect with us

News

‘โอมิคຣอu’ เหมือuวัคซีuเชื้อเป็uชนิดอ่อuฤทธิ์

หัวหน้าศูนย์จีโน มรามาฯ ชี้ “โอมิครอน” เหมือนวัคซีนเชื้ อเป็นอ่อนฤทธิ์ กระตุ้นภูมิ IgA อยู่ในปอดนาน ยังต้องฉีดวัคซีนกระตุ้น อาจยังรุนแรงในคนแก่-โรค ประจำตัว

เมื่อวันที่ 2 ม.ค.65 ศ.เ กียรติคุณ ดร.วสันต์ จันทราทิต ย์ หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพ ทย์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ม.มหิดล ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์โควิด 19 สายพันธุ์โอมิครอนว่ า ขณะนี้ประเทศที่ติดเชื้อโอ มิครอนมาก่อนอย่าง แอฟริกาใต้ สถานการณ์ดีขึ้น ผู้ติดเชื้อรายใหม่และเสียชีวิตลดลงมาก เนื่องจากวัคซีนที่ฉีดกระตุ้นแอนติ บอดี IgG และ IgM

“ดังนั้นโอมิครอนดูโดยภาพรวมหลังจากทยอยแ พร่ระบาดทั่วโลก จากนั้น อาการและผู้ติดเชื้อจะลดลงอย่างรวดเร็วไม่เหมือนเดลตา ส่วนการใช้วัคซีนต่อไปในอนาคตอาจจะต้องคำนึงเส้นทาง การติดเชื้อด้วย จะเห็นว่ากร ณีที่ใช้ไวรัสเป็นพาหะหรือเป็น mRNA เน้นเฉพาะส่วนของหนามแหลมอย่างเดียว จึงยังมีความสุ่มเสี่ยง เพราะโอมิค รอนกลายพันธุ์ในส่วนหนา ม แอนติบอดีจับไม่ได้ แอนติบอดีสังเคราะห์หลายตัวก็ทำงานไม่ได้

ตัวโอมิครอนจึงเปรียบเสมือนตัวที่เข้า มาเติมเต็ม ทำให้กลายเ ป็นวัคซีนครบสูตร ทั้งเชื้อตาย เชื้อไวรัสเป็นพาหะ mRNA และเชื้อเป็นที่อ่อนกำลัง อาจเรียกได้ว่าเป็นซูเปอร์วัคซีนที่ ดึงเอาส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหน ามแหลม เปลือกของไวรัสเข้ามาด้วย แล้วฉีดเข้าไป” ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ กล่าว

ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ กล่าวต่อว่า ฐานข้อ มูลกลางโควิดโลก หรือ GISAID มีการอัพโห ลดไวรัสโควิด-19 กว่า 6.6 ล้านตัวอย่าง เป็นสายพันธุ์โอมิครอนจำนวนกว่าหมื่นตัวอย่าง ส่วนประเทศไทยส่งข้อมู ลโอมิครอนเข้าไป ยังน้อยอยู่ แต่ที่เห็นตรวจพ บจำนวนมาก ขณะนี้เป็นการตรวจแบบ PCR ยังไม่ถอดรหัสพันธุกรรมทั้งจีโนม ต้องใช้เวลา

ถามว่า หลายคนกังวลฉีดเข็มกระตุ้น ขณะที่โอมิครอน ดูเหมือนอาการไม่รุนแร ง ศ.เกียรติคุณ วสันต์ กล่าวว่ า หลายประเทศในแอฟริกาประชากรมีอายุเฉลี่ยเพียง 50-60 ปี ยังไม่เข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ประเทศไทย ต้องรอข้อมูลจาก อังกฤษและออสเตรเลีย ซึ่งประชากรมีอายุเฉลี่ยมากกว่า 75 ปีว่า ผู้สูงอายุและมีโรคประจำตัวเมื่อติดเชื้อโอมิครอนแล้วมีอาก ารไม่รุนแรงเช่นกั น ถึงสรุปลงไปได้ว่าโอมิครอนไม่ก่อโรครุนแรง

ช่วงนี้เมื่อครบกำหนดการฉีดวัคซีนเข็มก ระตุ้นก็ควรไปฉีดกั นไว้ก่อน หากกังวลเรื่องผล ข้างเคียงอาจพิจารณาฉีดเข้าผิวหนัง ซึ่งอาจมีอาการคันบริเวณที่ฉีดบ้าง แต่ผลข้างเคียงมีน้อยกว่า โควิดเป็นโรคอุบัติใหม่ อย่าประมาทการ์ด ต้องไม่ตก เพราะอง ค์ความรู้เรายังน้อย ขณะนี้นักวิทยาศาสตร์จะตั้งสมมติฐานหรือคาดคะเนจากข้อมูลทางวิทยาศาสตร์เท่าที่มีอยู่ปั จจุบันได้เท่านั้น

เมื่อถามว่า โอมิครอนมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นโรคประจำถิ่นหรื อไม่ ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์  ล่าวว่า หลายฝ่ายเริ่มมองเห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ เพราะตัวโอมิครอนทำให้เกิดการระบาดอย่างรว ดเร็ว และติดไปทั่วโลก  ทำให้รณรงค์เร่งการ ฉีดวัคซีน เพราะ โอมิครอนไปถึงทุกที่ ขณะที่โอมิครอนก็เป็นส่วนหนึ่งที่ไปสร้างภูมิตามธรรมชาติ

จะเห็นข้อมูลจากแอฟริกาใต้ภายใน 1-2 เดือนผู้ติด ลดลง ก็เหมือนที่อ งค์การอนามัยโลก (WHO) คาดคะเนใน 6 เดือนแ รกนี้น่าจะเห็นชัดถึงแนวโน้ม และ 6 เดือนหลังจะชี้ชัดได้ว่าจะกลายเป็นโรคประจำถิ่ นหรือไม่ ซึ่งมีแนวโน้มว่าจ ะกลายเป็นโรคประจำถิ่น เพราะขณะนี้ยังไม่มองไม่เห็นว่า จะมีตัวไหนที่จะแพร่ระบาดเข้ามาอีก

หัวหน้าศูนย์จีโนมทางการแพทย์ กล่าวว่า ยังต้องเน้นเรื่องของการฉีด วัคซีนทั่วโลก แม้หลายคน ยังกังวลถึงความเสี่ยง แต่ฉีดเป็นการป้องกันการระบาด ป้องกันการเพิ่มจำนวนของไวรัส ที่เราพบไวรัสกลายพันธุ์ก่อน หน้านี้คิดว่าจะจบที่เดลตา แต่ก ลับมีโอมิครอนขึ้นมา เพราะแอฟริกาใต้ฉีดวัคซีนน้อยมาก จึงเป็นแหล่งที่ทำให้ไวรัสเพิ่มจำนวนได้ดี

ยิ่งไวรัสเพิ่มมากก็ก่อให้เกิดการกลายพั นธุ์ ดังนั้น วัคซีนนอกจ ากป้องกันความรุนแรงข องโรค ป้องกันการเสียชีวิต ยังช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการกลายพันธุ์ เป็นอีกเหตุผลที่ต้องฉีดวัคซีน อาจจะไม่ใช่เพื่ อตัวเราเท่านั้น แต่เ อคนทั้งโลกไม่ให้เกิดโอมิครอนกลายพันธุ์ซ้ำเข้าไปอีก

“วัคซีนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะควบคุมไวรัสทำให้กลายเป็ นสายพันธุ์ป ระจำถิ่น เป็นการควบคุมโร คให้เร็วขึ้น หากไม่ฉีด ก็อาจจะยืดยาวไปอีก ทั่วโลกจะต้องฉีดวัคซีนให้ได้อย่างน้อย 70% ตามที่ WHO ตั้งเป้าไว้จึงจ ะสัมฤทธิผล หากปล่อย ให้ประเทศที่มีศักยภาพสูงฉีดไป 3-4 เข็ม แต่ประเทศที่ด้อยกำลังไม่ได้รับการฉีดหรือฉีดน้อยก็จะยังคงเป็นปั ญหา เพราะไวรัสตัวใหม่ รออยู่แล้ว ถ้าเราไม่มีภูมิคุ้มกันต ามธรรมชาติ หรือภูมิคุ้มกันจากการฉีดวัคซีนไวรัสตัวใหม่ก็มาแน่” ศ.เกียรติคุณ ดร.วสันต์ กล่าว

ขอบคุณที่มา – khaosod

More in News